Class 11
2th Feb 2011
วันนี้อาจารย์ศรีสมรักมาสอน Make up คาบที่งดเรียนไป โดยเริ่มต้นจากการทบทวนถึงความสำคัญของการทำ Data Mining และ Text Mining ต่อจากนั้นอาจารย์ได้สอนเนื้อหาที่ยังค้างไว้ในคราวที่แล้ว เรื่อง Web Mining
Web Mining
Web Mining เป็น text mining รูปแบบหนึ่ง โดยปัจจุบันนั้น ข้อมูลที่อยู่ใน websites นั้นมีความสำคัญมากต่อการดำเนินธุรกิจ เพราะข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภค ตลอดจนนำไปใช้ประกอบการวางแผนเชิงกลยุทธ์ เช่น การทำ Marketing Plan หรือ การทำ CRM รวมไปถึงการวางแผน matching resource ที่มีอยู่ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า โดย Web Mining นั้น สามารถทำได้ 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่
1) Web content mining
2) Web structure mining: เป็นการสำรวจโครงสร้างของเว็บไซด์ว่าคนเข้าใจงานผ่านช่องทางใด
3) Web usage mining
ต่อจากนั้นอาจารย์ได้ขึ้นหัวข้อใหม่เรื่อง Strategic Information System Planning
Strategic Information System Planning เป็นการวางแผนในส่วนของ infrastructure และ application portfolio ในทุกๆระดับขององค์กร โดยการทำให้วัตถุประสงค์หลักขององค์กรและความสามารถของ IT ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อบรรลุเป้าหมายและเพิ่มประสิทธิผลให้แก่ องค์กร โดยเทคนิค หรือ tools ที่ใช้ในการวางแผนนั้นมีอยู่หลายประเภท แต่ในขอบเขตของวิชานี้อาจารย์ได้ Cover ไว้ 3 ชนิดดังต่อไปนี้
1.Four-stage Planning Model: เป็น model ที่มีรายละเอียดมากที่สุด โดยจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนย่อย และภายในส่วยย่อยยังมีหัวข้อย่อยอีก ซึ่ง 4 ส่วนดังกล่าวคือ
1) Strategic Planning: เป็นการมองภาพกว้าง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแผนขององค์กร กับ แผน IT โดยขั้นตอนนี้คือ จะมีการระบุ application portfolio ของบริษัท ซึ่งอาจขยายรวมไปถึงขั้นตอนในการหา strategic information system(SIS) ที่บริษัทสามารถนำไปพัฒนาเพื่อสร้าง competitive advantagesได้ และยังรวมไปถึงการประเมินสภาพแวดล้อมของธุรกิจในปัจจุบัน ตลอดจนวัตถุประสงค์และกลยุทธ์ในอนาคตของบริษัทด้วย โดยมีขั้นตอนดังนี้
· IS charter
· Access environment
· Access organizational objectives strategies
· Set IS policies ,objectives, strategies
2) Information requirements analysis : ระบุความต้องการทางด้านสารสนเทศทั้งหมดขององค์กร
· Access organizational information requirements
· Assemble master development plan
3) Resource Allocation Planning: เป็นการประเมิน และจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม ว่าต้องมีการเตรียมการอะไรบ้าง
4) Project Planning: การประเมินความคุ้มค่าของระบบ ซึ่งถ้าไม่มี cost>benefit ก็จะทำให้ต้องกลับไปทบทวนและปรับเปลี่ยนตั้งแต่ข้อ 2 ไล่ลงมา แล้วจึงสามารดำเนินการต่อได้
2.The Business Systems Planning (BSP): เป็นแนวทางการวางแผนที่ IBM เป็นผู้พัฒนาขึ้นมา โดยหลักการที่สำคัญคือ การวางแผนต่างๆ นั้น จะต้องมองเป็น 2 ขั้นตอน คืิอ มองกระบวนการทำงาน เพื่อ Identify Business Process ก่อน แล้วจึงมองว่าในกระบวนการนั้นๆ ต้องการข้อมูลอะไร เพื่อ identify Data Classes ซึ่งกระบวนการวางแผนพัฒนาระบบ IT ลักษณะนี้นั้นจะเป็นแบบลักษณะผสมผสานทั้ง bottom-up และ top-down เข้าด้วยกัน อีกทั้งยังช่วยให้ระบบ IT ไม่ผูกติดกับแผนกใดแผนกหนึ่ง แต่ผูกติดกับ Business Process มากกว่า ทำให้การ restructure องค์กรนั้นส่งผลต่อกระบวนการทำงานด้าน IT ไม่มาก
Pros
· สามารถเห็นภาพของระบบทั้งหมดอย่างชัดเจน และอย่างมีระบบ
Cons
- ใช้เวลาในการทำแผนงานนาน
- ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมากในการวิเคราะห์เพื่อทำแผน
- อาจละเลยถึงแผนงานในอนาคต เพราะลักษณะการวางแผนมีแนวโน้มจะ focus เพียงแต่สภาพในปัจจุบันเท่านั้น
3. Critical Success Factors (CSF): เป็นการวางแผนที่จะมองภาพรวมขององค์กรจาก Perspective ของ Executive Officers โดยจะมุ่งไปที่ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ ความก้าวหน้าตลอดจน ความอยู่รอดขององค์กร หรือ Critical Success Factors โดยมองว่าการที่จะดำเนินงานไปในลักษณะนี้นั้นต้องการระบบ IT ลักษณะใดที่จะเข้ามาช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการวางแผนลักษณะนี้จะใช้การสัมภาษณ์ผู้บริหารทั้งหมดขององค์กร เพื่อให้ได้มุมมองความคิดของบุคคลที่อยู่ในระดับบริหาร ภายใต้ข้อสมมติฐานที่ว่า บุคคลเหล่านั้นมีความสามารถในการประเมินภาพในอนาคตข้างหน้าของบริษัท อย่างไรก็ดีปัญหาที่พบก็คือ ความเห็นดังกล่าวอาจจะมีลักษณะเป็นความเห็นของตัวปัจเจก บุคคล หรือความเห็นส่วนตัวมากกว่า เป็นความเห็นของคนที่อยู่ในในตำแหน่งบริหารนั้น โดยหลังจากรวบรวมข้อมูลได้ทั้งหมดแล้วก็จะมีการนำมาประมมวลเป็นระบบที่จะ ต้องมี โดยต้องมีการลำดับความสำคัญด้วย ทั้งยังช่วยกำหนดว่าฐานข้อมูลขององค์กรนั้นต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง
Pros
- ใช้ข้อมูลในการวางแผนน้อยกว่า BSP
- มีการมองถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม
Cons
- ผู้วางแผนจะต้องมีทักษะและความเชี่ยวชาญเป็นอย่างสูง เนื่องจากจำเป็นจะต้องใช้ Judgment + ประสบการณ์ในการตีความข้อมูลที่ได้มา
- ประเด็นที่เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นประเด็นที่วิเคราะห์ได้ยาก
- การคาดเดาการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอาจทำได้ยาก
No comments:
Post a Comment