08/02/2011
Customer Relationship Management: เป็นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยการใช้เทคโนโลยีและการใช้บุคลากรอย่างมีหลักการ เพื่อให้เกิดการบริการลูกค้าที่ดีขึ้น และท้ายที่สุดก็จะเพิ่ม Customer Loyalty อย่างไรก็ดี เนื่องจากระบบ CRM นั้นจำเป็นต้องใช้ IT ประกอบการดำเนินกลยุทธ์ ดังนั้นจำเป็นจะต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย เช่น ฝ่ายสารสนเทศ หรือผู้ออกแบบและผู้จัดทำเว็บไซต์ขององค์กร เพื่อให้มีการดูแลระบบให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพจะต้อง
เป้าหมายของ CRM
เป้าหมายของ CRM นั้นไม่ได้เน้นเพียงแค่การบริการลูกค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเก็บข้อมูลพฤติกรรมในการใช้จ่ายและความต้องการของลูกค้า จากนั้นจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์และใช้ให้เกิดประโยชน์เชิงกลยุทธ์ เช่น Product Development, Product Mix และท้ายที่สุดสามารถ การเปลี่ยนจากผู้บริโภคไปสู่การเป็นลูกค้าตลอดไป
ประโยชน์ของ CRM
1. มีรายละเอียดข้อมูลของลูกค้าในด้านต่างๆ ได้แก่ Customer Profile Customer Behavior
2. วางแผนทางด้านการตลาดและการขายอย่างเหมาะสม
3. ใช้กลยุทธ์ในการตลาด และการขายได้อย่างรวดเร็วอย่างมีประสิทธิภาพตรงความต้องการของลูกค้า
4. เพิ่มและรักษาส่วนแบ่งตลาดของธุรกิจ
5. ลดการทำงานที่ซับซ้อน ลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน เพิ่มโอกาสในการแข่งขันก่อให้เกิดภาพพจน์ที่ดีต่อองค์การ
2. วางแผนทางด้านการตลาดและการขายอย่างเหมาะสม
3. ใช้กลยุทธ์ในการตลาด และการขายได้อย่างรวดเร็วอย่างมีประสิทธิภาพตรงความต้องการของลูกค้า
4. เพิ่มและรักษาส่วนแบ่งตลาดของธุรกิจ
5. ลดการทำงานที่ซับซ้อน ลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน เพิ่มโอกาสในการแข่งขันก่อให้เกิดภาพพจน์ที่ดีต่อองค์การ
ซอฟต์แวร์บริหารลูกค้าสัมพันธ์
1) ระบบการขายอัตโนมัติ (Sale Force automation: SFA) ประกอบด้วย
- ระบบขายโดยผ่านโทรศัพท์ตอบรับ เพื่อให้บริการแบบ Proactive ในลักษณะ Telesale
- ระบบพาณิชย์อิเลกทรอนิกส์ (E-Commerce) เพื่อทำการขายแบบUp-Saleing หรือ Cross-Saleing
- ระบบงานสนามด้านการขาย ได้แก่ Wireless Application สำหรับการขายปลีกและตัวแทนจำหน่ายสามารถเรียกดูข้อมูลลูกค้าได้ทันทีขณะติดต่อ จะเพิ่มโอกาสในการขายให้สูงขึ้น
- ระบบขายโดยผ่านโทรศัพท์ตอบรับ เพื่อให้บริการแบบ Proactive ในลักษณะ Telesale
- ระบบพาณิชย์อิเลกทรอนิกส์ (E-Commerce) เพื่อทำการขายแบบUp-Saleing หรือ Cross-Saleing
- ระบบงานสนามด้านการขาย ได้แก่ Wireless Application สำหรับการขายปลีกและตัวแทนจำหน่ายสามารถเรียกดูข้อมูลลูกค้าได้ทันทีขณะติดต่อ จะเพิ่มโอกาสในการขายให้สูงขึ้น
2) ระบบบริการลูกค้า (Customer Service) ประกอบด้วย ระบบการให้บริการในด้านโทรศัพท์ตอบรับ (Interactive Voice Response: IVR) ด้านเว็บไซต์ ด้านสนามและข่าวสารต่าง ๆ
3) ระบบการตลาดอัตโนมัติ (Marketing) ประกอบด้วย ระบบย่อยด้านการจัดการด้านรณรงค์ต่าง ๆ ด้านการแข่งขัน ด้านเครื่องมือที่จะช่วยการวิเคราะห์ข้อมูล และวิเคราะห์ธุรกิจ ระบบการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ สนับสนุนการรณรงค์การทำตลาดโดยตรงมากยิ่งขึ้น
4) Data Warehouse และเครื่องมือจัดการข้อมูล เป็นระบบสำคัญในการจัดการข้อมูลที่ละเอียดของ CRM ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลจากภายในและภายนอกองค์กร
5) OPAP( อ่านรายละเอียดในคาบของอาจารย์ศรีสมรัก)
Classification of CRM Applications
· Customer-facing –all areas where customers interact with company (call centers, help desks, sales force automation).
· Customer-touching – customers interact with the applications (self-service, campaign management, general purpose e-business applications).
· Customer-centric intelligence – analyze results of operational processing & use results to improve CRM applications.
· Online networking – methods that provide the opportunity to build personal relationships (chat rooms & discussion lists).
Levels & Types of e-CRM
· Foundational service : มี Websites
· Customer-centered services – order tracking, product configuration/customization & security/trust.
· Value-added services – extra such as online auctions, online training & education.
· Loyalty programs
Tools for Customer Service: webpages, faq, email, chat rooms, live chat และ call centers
Knowledge Management System (KMS)
Knowledge Management System คือ การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ใน ตัวบุคคล เอกสาร สื่อ มาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้ เกิดการพัฒนาตนเอง และนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน สร้างความสำเร็จให้แก่องค์กร ตลอดจนสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในองค์กร
ประโยชน์ของการบริหารความรู้
· เข้าถึงแหล่งความรู้ในองค์กรได้ง่าย
· ลดจำนวนการทำผิดซ้ำ
· ความรู้ไม่สูญหายจากองค์กร
· ยกระดับความสามารถขององค์กรให้เหนือคู่แข่ง
สร้าง KM ได้อย่างไร?
· สร้าง knowledge Base ขององกรค์เพื่อให้เกิด learn faster เพื่อสามารถต่อยอดความรู้ เพื่อสรเง innovation และ add value ให้กับ firm ได้
· สร้าง knowledge network สำหรับพนักงานทุกคน สามารถ Access and Share ความรู้ได้อย่างทั่วถึง
ลำดับขั้นตอนของความรู้: DataàInformationàKnowledgeàExpertiseàCapability
การสร้างความรู้
· Socialization: Organizations gain new knowledge from outside its boundary also like interacting with customers, suppliers and stack holders.
· Externalization: Focus on on tacit to explicit knowledge. Create collective group knowledge.
· Combination: เป็นการผสมผสานข้อมูลอื่นๆจากฝ่ายต่างๆภายในองค์กร รวมไปถึงข้อมูลจากภายนอกองค์กรเข้ามาเพิ่มกับข้อมูลที่มีอยู่เดิม (Explicit knowledge +Explicit knowledge+….) หาความรู้อื่นๆไปเรื่อยๆมาทำเป็น best practice จัดสรรหมวดหมู่แล้วเก็บเป็นฐานข้อมูล คนอื่นๆสามารถที่จะนำไปใช้ต่อได้
· Internalization เป็นการศึกษาความรู้ที่มีอยู่ในฐานข้อมูล เพื่อให้เรามีความรู้เพิ่มเติมมากขึ้น
โมเดล กระบวนการของการจัดการความรู้ (Turban et al., 2005)
Create knowledge--> Capture knowledge --> Refine knowledge --> Store knowledge --> Manage knowledge --> Disseminate knowledge
Presentation Topics
1) 3G
3G เป็นเทคโนโลยีเคลื่อนที่ generation ที่ 3 ซึ่งพัฒนามาจาก 2.5 G ที่อิ่มตัวการสื่อสารด้วยเสียง จึงเปลี่ยนมาเป็นการสื่อสารไร้สาย (2.5G) แล้วก็มีข้อจำกัดในการพัฒนาเครือข่ายต่อ ก็เลยมีการพัฒนา 3G ขึ้นมา โดยมาตรฐาน 3G มีดังนี้
· ต้องมี platform สำหรับการหลอมรวมของบริการต่างๆ
· มีความสามารถในการใช้โครงข่ายทั่วโลก
· มีการบริการที่ไม่ขาดตอน
- อัตราความเร็วในการส่งข้อมูลตามที่กำหนด
มาตรฐาน W-CDMA
- รองรับ multi media ทุกรูปแบบ
- รองรับ voice และ non cvoice ได้อย่างดี
ประโยชน์
- ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้เร็ซขึ้น
- สามารถแนบไฟล์เพลงและส่งออกได้อย่างรวดเร็ว
- ทำให้การประชุมทางไกลได้อย่างดี
- ใช้ร่วมกับต่างประเทศได้
ข้อเสีย
- ภัยจากการติดต่อจากคนแปลกหน้า
- ภัยจากสื่อต่างๆ ที่ไม่ดี
2) IT Outsource
แนวคิดนี้เริ่มจากว่า ในการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นใช้เองนั้นมีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลา ต้นทุน ตลอดจนไม่เกิด Economies of Scale จึงควรจะมีการ outsource งานด้าน IT ให้บุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญทำมากกว่า เพื่อที่จะได้เกิดประสิทธิภาพในการใช้ Budget ที่มีอยู่อย่างจำกัดขององค์กรให้มากที่สุด โดยงานที่มีการ Outsource ได้แก่
แนวคิดนี้เริ่มจากว่า ในการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นใช้เองนั้นมีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลา ต้นทุน ตลอดจนไม่เกิด Economies of Scale จึงควรจะมีการ outsource งานด้าน IT ให้บุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญทำมากกว่า เพื่อที่จะได้เกิดประสิทธิภาพในการใช้ Budget ที่มีอยู่อย่างจำกัดขององค์กรให้มากที่สุด โดยงานที่มีการ Outsource ได้แก่
· Desktop service ดูแลคอมพิวเตอร์, เครื่อง server และเครือข่าย LAN, การจัดซื้อติดตั้ง
· Network Management ให้องค์กรให้ใช้งานเครือข่าย เชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด (ระหว่างองค์กร)
· Data Center Service จัดหา ออกแบบ ติดตั้ง คอมพิวเตอร์ แทนผู้ว่าจ้าง
· Continuity Service เป็นการดูแลระบบอย่างต่อเนื่อง ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีระบบล่ม
· Web Hosting Service บริการให้เช่าพื้นที่ข้อมูลเว็บไซต์ ผ่านทาง Server รวมทั้งมีการนำฝากข้อมูลเข้าไปใน Server
· Application Management Service ดูแลการทำงานในชีวิตประจำวัน
ข้อดี และข้อเสีย(เหมือนกับคาบของอาจารย์มธุปายาส)
3) Internet TV
Internet TV เป็นการรับชมภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ตบนหน้าจอทีวี การทำงานจะผ่านทาง Set-Top-Box ซึ่งจะตั้งอยู่ที่บ้าน โดยจะเชื่อมต่อกับ router และ Display Devices ซึ่งสามารถแบ่งการรับชมได้ 2 ลักษณะ
- Live: เป็นการรับชมรายการพร้อมกับรายการปกติของช่อง
- PPV: สามารถเลือกรับชมรายการได้ตามต้องการ ตามเวลาที่เราต้องการ
โดยการเก็บค่าบริการจะมี 3 แบบ คือ
· รับชมฟรี เสียแค่ค่าอินเทอร์เน็ต
· เสียค่าบริการายเดือน ลักษณะเหมือน truevisionsเป็นโปรแกรมให้เลือก และเหมาจ่าย
- เสียค่าบริการตามที่รับชม ลักษณะเหมือนการเช่าวิดิโอมารับชม เสียค่าบริการตามจำนวนเรื่องที่รับชม
4) Wiki
เป็นเว็บไซต์ที่อนุญาตให้ผู้คนร่วมเขียนบทความบนเว็บไซต์ได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Wikipedia ซึ่งเป็นสารานุกรมที่ได้รับการแก้ไขมากที่สุดในโลก
Wikipedia
เน้นการทำงานและปรับเปลี่ยนที่ง่าย ทำให้ทุกคนสามารถเข้ามาช่วยปรับเปลี่ยนได้ง่าย ข้อมูลจึงถูกอัพเดทตลอดเวลา
รูปแบบและประเภท ยกตัวอย่างเช่น
เป็นเว็บไซต์ที่อนุญาตให้ผู้คนร่วมเขียนบทความบนเว็บไซต์ได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Wikipedia ซึ่งเป็นสารานุกรมที่ได้รับการแก้ไขมากที่สุดในโลก
Wikipedia
เน้นการทำงานและปรับเปลี่ยนที่ง่าย ทำให้ทุกคนสามารถเข้ามาช่วยปรับเปลี่ยนได้ง่าย ข้อมูลจึงถูกอัพเดทตลอดเวลา
รูปแบบและประเภท ยกตัวอย่างเช่น
- สารานุกรม
- ตำรา
- คำคม
- ข่าว
- พจนานุกรม
- วิกิซอร์จ
ข้อดี
- ทุกคนมีสิทธิในการแก้ไขเนื้อหาต่างๆ ได้
- เนื้อหาเสรีที่ได้รับการคุ้มครอง
- เนื้อหาได้รับการยอมรับจากนักวิชาการ
ข้อจำกัด
- ความถูกต้องและสมบูรณ์ของเนื้อหาอาจยังไม่แน่ชัด
- ไม่สามารถกรองเนื้อหาประเภทขยะออกได้ ข้อมูลที่ได้อาจเป็น Junk Data
องค์กรนำไปใช้อย่างไร??
· ใช้เป็นแหล่งความรู้
· เป็นเครื่องมือในการสร้างกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้
· เป็นเครื่องมือในการจัดการความรู้ภายในองค์กร
No comments:
Post a Comment